จริง หรือ ปลอม ตอนที่ 1

คุณลองจินตนาการดูซิว่าถ้ามีกล่องสมบัติใบใหญ่มาวางอยู่ตรงหน้าของคุณแล้วภายในกล่องเต็มไปด้วยเครื่องประดับทองและแพลทินัม คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องประดับเหล่านั้นเป็นของจริงหรือของปลอม วันนี้เรามีวิธีทดสอบเครื่องประดับเหล่านั้นว่าเป็นของจริงหรือของปลอม โดยการทดสอบมีอยู่ 2 วิธีการด้วยกันคือ การทดสอบแบบไม่ใช้กรดและการทดสอบแบบใช้กรด

การทดสอบแบบไม่ใช้กรด
การทดสอบด้วยแม่เหล็ก

ถ้าคุณลองเอาแม่เหล็กไปวางไว้ใกล้ๆ กับเครื่องประดับทองและแพลทินัมแล้วสังเกตแรงดึงดูดที่เกิดขึ้น หากเป็นเครื่องประดับทองหรือแพลทินัม จะไม่เกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็กแต่ถ้าเป็นเหล็กและสแตนเลตส รวมทั้งโคบอล และแพลทินัมจะเกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็ก การทดสอบด้วยแม่เหล็กนี้เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลอย่างรวดเร็วเหมาะกับการทดสอบเครื่องประดับที่เป็นงานชุบ ข้อควรระวังวิธีการนี้ใช้ทดสอบงานชุบที่มีการใช้เงินและทองแดงเป็นตัวชุบไม่ได้เพราะไม่เกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็กเหมือนทองและแพลทินัม

แม่เหล็กที่ใช้ในการทดสอบสามารถหาได้โดยทั่วไปเช่น จากลำโพง ตุ๊กตา ของเล่นต่าง ซึ่งให้แรงดึงดูดที่มากพอสมควร

การทดสอบน้ำหนัก

การทดสอบวิธีนี้ใช้การชั่งเครื่องประดับด้วยมือหากเครื่องประดับมีน้ำหนักเบาหรือผิดปกติไปให้สันนิษฐานว่าอาจไม่ใช่ทองหรือแพลทินัม การทดสอบทำได้โดยวางเครื่องประดับที่สงสัยในมือข้างหนึ่งแล้วมืออีกข้างหนึ่งวางเครื่องประดับที่เป็นของจริงไว้ทำการชั่งเปรียบเทียบกัน ถ้าน้ำหนักแตกต่างกันก็แสดงอาจเป็นของปลอมหรือเป็นการชุบตีโป่งมาหลอกได้

การทดสอบอีกวิธีหนึ่งคืออาศัยค่าความถ่วงจำเพาะของเครื่องประดับทองและแพลทินัม (ข้อมูลจาก The Retail Jeweller's Guide, p.398, by Kenneth Blakemore) ใช้เครื่องชั่งความถ่วงจำเพาะในการทดสอบ

Gold & Platinum Jewelry
Iridium 22.41   Palladium 12.00
Platinum 21.40   Silver 10.53
Gold (pure) 19.36   Copper 8.94
22K yellow 17.70   Nickel 8.80
18K yellow 15.58   Brass 8.50
14K yellow 13.40   Iron 7.90
9K yellow 11.30   Stainless Steel 7.80
ตราประทับกะรัตและความบริสุทธิ์

เป็นตราประทับที่บอกความบริสุทธิ์ของทองและแพลทินัมที่มีอยู่ในเครื่องประดับนั้น ซึ่งตราประทับนั้นสามารถสังเกตด้วยตาเปล่าได้ หากคุณสังเกตเห็นว่าไม่มีตราประทับเหล่านี้แล้วเครื่องประดับนั้นอาจไม่ใช่ของจริงก็ได้ ข้อควรระวังในการสังเกตตราประทับระหว่าง 18K และ 10K หากมีการประทับไม่ดีอาจทำให้เกิดการสับสนได้เพราะรูปร่างของตัวเลขใกล้เคียงกัน

    

การประทับตรากะรัตและความบริสุทธิ์บนเครื่องประดับประเภทสร้อย ส่วนใหญ่จะประทับไว้บริเวณบนตะขอเกี่ยว สลัก หรือข้อต่อ ถ้าเป็นพวกต่างหูจำเป็นต้องใช้แว่นขยายในการสังเกต ห่างเป็นแหวนหรือกำไลจะประทับไว้บริเวณใต้ท้องของแหวนและกำไลต่างๆ

การมีตราประทับกะรัตหรือความบริสุทธิ์บนเครื่องประดับไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเครื่องประดับเหล่านั้นเป็นของจริงเพราะอาจมีการเลียนแบบได้แต่เครื่องประดับที่เป็นทองและแพลทินัมจำเป็นต้องมีตราประทับกะรัตและความบริสุทธิ์ทุกชิ้น เพื่อง่ายต่อผู้บริโภคในการสังเกต


ตราประทับผู้ผลิต

ตราประทับผู้ผลิตก็มีความสำคัญเช่นเดียวกันกับตราประทับกะรัตและความบริสุทธิ์เพราะจะเป็นตัวบอกผู้ผลิตซึ่งตราประทับนี้อาจทำให้ราคาของเครื่องประดับแตกต่างกันออกไป เช่น Italy 18K เป็นทองคำของอิตาลีก็จะทำให้ราคาของเครื่องประดับนั้นแพงขึ้นไปอีก แต่ปัจจุบันมีการเลียนแบบกันมาก ดังนั้นควรสังเกตให้ดี


การทดสอบสี

การทดสอบสีของเครื่องประดับควรสังเกตความสม่ำเสมอของสีของเครื่องประดับ สีที่สังเกตได้ไม่ควรจะมีสีที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้อต่อ สลัก ขอเกี่ยว และตัวเรือน หากต้องการทดสอบเพื่อความแน่ใจให้ทำการตะไบเบาๆ ในตำแหน่งที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้แล้วลองเปรียบเทียบสีดูได้

การทดสอบสีทำให้เราสามารถจำแนกเครื่องประดับเหล่านั้นได้ว่าเป็นเครื่องประดับอะไรเช่น ทองคำสีขาวกับแพลทินัม เพราะทองคำสีขาวจะมีสีเหลืองบางๆ จากการชุบโรเดียม ส่วนสีของเงินจะมีคราบหมองแต่แพลทินัมจะไม่มี

สีที่แตกต่างกันก็เป็นตัวบ่งบอกถึงส่วนประกอบของโลหะอื่นๆ เครื่องประดับทองกะรัตแต่ละช่วงกะรัตของทองก็จะมีสีที่แตกต่างกันออกไปตามส่วนประกอบเช่น มีส่วนผสมของทองแดงมากสีของเครื่องประดับที่ได้จะมีสีที่เข้มกว่าเครื่องประดับที่มีทองแดงผสมอยู่น้อยกว่า

การทดสอบเครื่องประดับที่มีอัญมณี

ถ้าเครื่องประดับที่มีอัญมณีประกอบอยู่ด้วยให้สังเกตข้างหลังของตัวอัญมณี โดยใช้ลูปกำลังขยาย 10 เท่า ซึ่งจะมีตราประทับบอกค่ากะรัตและความบริสุทธิ์ของเครื่องประดับไว้บนตัวเรือน การสังเกตวิธีนี้ใช้ได้กับอัญมณีที่มีความโปร่งใส่เท่านั้นหากเครื่องประดับที่มีอัญมณีที่ไม่สามารถมองผ่านได้หากจำเป็นต้องทดสอบให้ทำการแกะเอาอัญมณีออกก่อนทำการทดสอบ

การทดสอบราคา

ถ้าเป็นเครื่องประดับที่มีการลดราคาให้สันนิษฐานว่าเป็นเครื่องประดับที่มี่ความบริสทธิ์ของทองและแพลทินัมที่ต่ำหรือเครื่องประดับปลอมและอาจเป็นเครื่องประดับที่เป็นงานชุบ เพราะหากเป็นเครื่องประดับทองและแพลทินัมที่เป็นของจริงจะมีราคาที่คงที่ไม่สามารถนำมาลดราคาได้เนื่องจากส่งผลถึงผลกำไรในการจำหน่ายดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการลดราคาเครื่องประดับทองและแพลทินัมเหล่านั้น

การทดสอบด้วยการหลอม

วิธีการนี้ Jurgen Maerz เป็นผู้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการพิสูจน์ว่าเป็นโลหะแพลทินัมจริงหรือไม่ โดยการแกะเอาเศษโลหะของเครื่องประดับในตำแหน่งที่ไม่สามารมองเห็นได้มาวางบนแผ่นเซรามิกทนความร้อนแล้วทำการหลอมด้วยความร้อนจากหัวแก๊สที่ให้อุณหภูมิ 1,200 oc หากชิ้นโลหะทดสอบเกิดการหลอมเป็นเม็ดโลหะกลมๆ คล้ายลูกบอลแสดงว่าเครื่องประดับชิ้นนั้นไม่ใช่แพลทินัมเพราะหากเป็นโลหะแพลทินัมจะไม่เกิดการหลอมเหลวแต่จะเป็นสีแดงจากความร้อนและคงสภาพเดิมอยู่ อุณหภูมิที่จะทำให้แพลทินัมหลอมเหลวได้ต้องมีอุณหภูมิประมาณตั้งแต่ 1,700 oc ขึ้นไป