คุณธีร์รัฐ ฐิติเลิศวรชัย เจ้าของแบรนด์ ARRIYA



การเดินทางสู่ ARRIYA

โอกาสเป็นของคนที่แสวงหา กล้าเสี่ยง และพร้อมเรียนรู้ เหมือนดั่ง "โอกาส" หลายต่อหลายครั้งในชีวิตของ "คุณธีร์รัฐ ฐิติเลิศวรชัย" นักเรียนในโครงการงานพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบธุรกิจเครื่องประดับสู่ AEC+6 ของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ที่เดินทางค้นหา และไขว่คว้า "โอกาส" ในหลายๆ ประเทศ เสริมทักษะและเติมเต็มความรู้ด้านอัญมณีและเครื่องประดับ และสร้างแบรนด์ "ARRIYA" ของตัวเองจนสำเร็จ

คุณธีร์รัฐ เล่าว่า เขาเป็นนักธุรกิจที่รักการเดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อทำการค้า หาช่องทางทำธุรกิจ โดยเฉพาะประเทศที่คนทั่วไปไม่เดินทางไป และมองความท้าทายในดินแดนเหล่านั้นคือโอกาสสำคัญในชีวิต

"ผมมองว่าที่ไหนมีปัญหา ที่นั่นมีโอกาสเสมอ ผมชอบเดินทาง และชอบพลอยอยู่แล้ว จึงเดินทางไปหาพลอย และหาลู่ทางธุรกิจอื่นๆ ในหลายประเทศ เช่น เมือง Welo ประเทศเอธิโอเปีย แหล่งโอปอลที่สวยของโลก ประเทศแทนซาเนีย เคนย่า ดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเคยวางแผนไปทำธุรกิจในซูดาน ซึ่งระหว่างนั้น เมียนมาเปิดประเทศพอดี โดยเพื่อนชาวเมียนมาชวนให้ไปทำธุรกิจที่นั่น"

ช่วงแรกที่เข้าไปอยู่ในเมียนมา คุณธีร์รัฐไม่ได้เริ่มทำธุรกิจพลอยทันที แต่ได้ทำธุรกิจหลายอย่าง เช่น ก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ผลิตและจำหน่ายโยเกิร์ต แต่เมื่ออยู่ไประยะหนึ่ง ทางรัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้คนต่างชาติเดินทางเข้าเหมือง "โมก๊ก" อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งที่นั่นคือแหล่งพลอยและทับทิมชื่อดังของเมียนมา จึงกลายเป็นโอกาสสำคัญในชีวิตอีกครั้งของคุณธีร์รัฐ

ต่างชาติคนแรกสู่ดินแดน "โมก๊ก"

"ผมเป็นคนต่างชาติคนแรกที่เดินทางเข้าโมก๊กอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากเมียนมาเปิดประเทศและรัฐบาลอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้" คุณธีร์รัฐ เล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ พร้อมกล่าวต่อว่า "ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเปิดตู้เซฟแล้วเห็นสมบัติ เห็นพลอยเต็มไปหมด ทุกคนมีพลอย เราเห็นโอกาสทันที และทำให้ผมหันมาค้าพลอยดิบอย่างจริงจัง มาออกงานบางกอกเจมส์ (Bangkok Gems and Jewelry Fair) และได้เห็นโอกาสใหม่ๆ อีกครั้ง"

โอกาสที่คุณธีร์รัฐพูดถึงนั้นก็คือ สิ่งที่จุดประกายให้เขาหันมาสนใจออกแบบเครื่องประดับ ผลิตเครื่องประดับ เพราะเห็นว่าเป็นสินค้าที่มีคุณค่า มีมูลค่าเพิ่ม

"ผมมาออกบูธขายพลอยดิบในงานบางกอกเจมส์ ตอนนั้นมีนักเรียนของ GIT มาซื้อพลอยดิบ จึงจุดประกายให้ผมสนใจเรียนรู้การทำเครื่องประดับบ้าง เพราะการขายพลอยดิบมักจะถูกกดราคา ใครขายถูกกว่าก็ขายได้ แต่เครื่องประดับคือการขายคุณค่า ตอนนั้นผมทำธุรกิจที่เมียนมาเป็นหลัก มีทีมงานเป็นนักธรณีวิทยาและนักอัญมณี รู้วิธีการทำเหมือง การทำพลอย การเจียระไน แต่ไม่รู้ว่าการออกแบบดีไซน์เครื่องประดับต้องทำยังไง ก็เลยตัดสินใจมาเรียนกับ GIT"


เบนเข็มจาก "ค้าพลอย" เป็นดีไซเนอร์สร้างแบรนด์

คุณธีร์รัฐเล่าว่า ตนเองเคยเรียนมาทางวิชาช่าง เข้าใจขั้นตอนการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับ แต่ไม่เคยมีประสบการณ์การออกแบบมาก่อน จึงตัดสินใจมาเพิ่มทักษะความรู้ด้วยการร่วมโครงการงานพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบธุรกิจเครื่องประดับสู่ AEC+6 ของ GIT

"ผมเรียนทั้งเรื่องธุรกิจและการเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเครื่องประดับที่ GIT จากเดิมมีพื้นฐานกระบวนการผลิต วัตถุดิบแน่นอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดได้ ที่ GIT ผมมีโอกาสเรียนกับอาจารย์จากอิตาลี ซึ่งสอนตั้งแต่วิธีการคิด การออกแบบ ทำให้เราเข้าใจว่าเครื่องประดับเป็นยังไง ที่สำคัญไม่ได้เรียนแต่ทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่ได้ลงมือปฏิบัติเลย"

พร้อมเล่าต่อว่า คนส่วนใหญ่ที่เรียนออกแบบเครื่องประดับแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถสร้างแบรนด์ตัวเองได้ เพราะไม่ได้ลงมือทำทันที แต่การเรียนที่ GIT แตกต่างจากที่อื่นมาก เน้นให้นักเรียนลงมือทำจริง และสอนให้เก่งรอบด้าน ซึ่งคุณธีร์รัฐบอกว่า คนที่จะประสบความสำเร็จในยุคนี้ต้องเก่งหลายๆ มิติ ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับต้องคมรอบด้าน รู้ทั้งการออกแบบ การผลิต รวมไปถึงงบการเงิน

"อาจารย์ให้ทำแบรนด์เลยครับ สอนให้ออกแบบเครื่องประดับ ให้ผลิตภายใน 3 เดือนต้องออกบูธเลย เราเรียนไปปรับกันไป ซึ่งเป็นวิธีที่ดี เรารู้สึกว่าต้องการความรู้ด้านไหนเพิ่มเติม ก็แจ้งทาง GIT ซึ่งก็จะสรรหาอาจารย์มาเติมความรู้ด้านนั้นให้แก่ผู้ประกอบการ เช่น ตลาดออนไลน์ การเขียนแบบธุรกิจเชิงลึก งบการเงิน"

ความรู้จาก GIT ประกอบกับพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ทำให้คุณธีร์รัฐเดินหน้าธุรกิจเครื่องประดับของเขาอย่างมั่นใจ โดยกล่าวว่า "ตอนนี้ออกบูธคล่องครับ ทุกอย่างเราเห็นภาพในหัวหมด งานขายก็ไม่กลัว ออกแบบก็ไม่กลัว ผลิตก็ทำได้ ตอนนี้เหลืออย่างเดียวคือ ความคิดสร้างสรรค์ที่จะเน้นมากขึ้น"

กำเนิดแบรนด์ "ARRIYA"

ด้วยการสอนที่เน้นให้ลงปฏิบัติจริง คุณธีร์รัฐจึงสร้างแบรนด์เครื่องประดับของตัวเองชื่อว่า “อริยะ” (ARRIYA) ซึ่งมีความหมายว่าสูงส่ง ประเสริฐ โดยเขาวาดหวังไว้ว่า เครื่องประดับแบรนด์นี้จะสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้สวมใส่ให้ทำความดี

"ผมนำพลอยแปลกๆ จากเมียนมา เช่น เดวิดสตาร์ หรือพลอยสปิเนล มาทำเครื่องประดับ พร้อมเล่าเรื่องราววัฒนธรรม เรื่องราวดีๆ ผ่านเครื่องประดับ เพื่อให้คนที่ได้ฟังและซื้อเครื่องประดับไปสวมใส่ เกิดแรงบันดาลใจให้ทำความดียิ่งๆ ขึ้นไป ผมจะพยายามรักษารูปทรงของพลอย พยายามไม่เจียระไนมาก อยากให้คนเห็นความงามตามธรรมชาติของพลอยให้มากที่สุด"

ปัจจุบัน เครื่องประดับแบรนด์อริยะมี 2 คอลเล็กชัน คือ "อูเบ็ง" ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสะพานอูเบ็งในเมียนมา และ "หิมพานต์" โดยแต่ละคอลเล็กชันมีเครื่องประดับคือ สร้อย แหวน และต่างหู ซึ่งคุณธีร์รัฐ กล่าวว่า จะมีคอลเล็กชันย่อยจากคอลเล็กชันใหญ่ในอนาคต

"อูเบ็ง เป็นสะพานที่นำไม้จากพระราชวังมาก่อสร้าง ซึ่งสอนให้คนเรารู้ว่า ทุกอย่างสูงสุดคืนสู่สามัญ ขณะที่หิมพานต์ เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาจากวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา คนที่อยู่ตรงนั้นต้องทำความดี อยากให้คนเห็นคอลเล็กชันนี้แล้วไปศึกษาเรื่องราวต่อไปว่าเป็นอย่างไร"

เจ้าของแบรนด์ ARRIYA กล่าวว่าจุดแข็งของธุรกิจเครื่องประดับของเขาอยู่ที่ วัตถุดิบหลากหลาย ค่าแรงถูกในเมียนมา รวมถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของเมียนมา ที่เขาสามารถนำมาถ่ายทอดผ่านเครื่องประดับได้

"คอลเล็กชันต่อไปของแบรนด์จะเน้นความ Exotic แปลกไม่เหมือนใคร ใช้พลอยแปลกๆ เช่น พรีไนท์ แฮกมาไนท์ ซึ่งส่วนใหญ่นำมาจากเมียนมา เครื่องประดับ ARRIYA จะใช้พลอยเมียนมา ตัวเรือนเป็นเครื่องเงินไทย นำมาประกอบผลิตที่เมืองไทย เพราะฝีมือของคนไทยละเอียดประณีต และจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ซึ่งฝรั่งตะวันตกจะชื่นชอบพลอยแปลกๆ แบบนี้มาก ต่างจากคนเอเชียที่ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของพลอยกลุ่มนี้"

ที่ผ่านมา คุณธีร์รัฐมีโอกาสอวดความโดดเด่นของแบรนด์ ARRIYA สู่สายตาผู้ซื้อทั้งไทยและต่างชาติในงานแสดงสินค้าต่างๆ เช่น งานบางกอกเจมส์ฯ และงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนจาก GIT

"GIT พาไปออกงานหลายที่ครับ สำหรับผู้ประกอบการใหม่ เรื่องนี้สำคัญมาก ถ้าสายป่านไม่ยาวไปออกงานในต่างประเทศเองยากครับ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก การไปกับ GIT ทำให้เราเห็นตลาดข้างนอกว่าเป็นอย่างไร ถ้าเปรียบกับการปลูกต้นไม้ การปลูกไม้ใหญ่ให้แข็งแรงต้องใช้เมล็ด แต่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเป็นเติบโตเป็นไม้ใหญ่ สมัยนี้เราต้องใช้ไม้ล้อม ซึ่งผู้ประกอบการเป็นไม้ล้อม ต้องใช้ GIT เป็นไม้ค้ำไม่ให้ล้ม และช่วยยันให้เติบใหญ่ ช่วยย่นระยะเวลาในการทำธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว"

มองอนาคตบนเส้นทางอัญมณีและเครื่องประดับ

เมื่อถามถึงความสำเร็จของตัวเองในวันนี้ คุณธีร์รัฐตอบว่า อยู่ในระดับ 5 จากคะแนนเต็ม 10 เขาสามารถก้าวข้ามความกลัวต่างๆ ของตัวเองสำเร็จ สามารถผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับแบรนด์ ARRIYA ได้แล้ว แต่มองว่าจะต้องนำการเล่าเรื่อง มาสร้างความน่าสนใจให้กับเครื่องประดับมากขึ้น เพราะเขาเชื่อว่า เครื่องประดับคืองานศิลปะ และ 95% เป็นเรื่องของความรู้สึก ต้องถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ผ่านเครื่องประดับไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

"ผมจะทำวิดีโอคอนเทนต์เล่าเรื่องราวความเป็นมาของพลอยตั้งแต่การทำเหมือง ไปจนถึงการผลิตจนกลายเป็นเครื่องประดับแต่ละชิ้น บอกเล่าชีวิตของคนที่ทำงานในวงการนี้ให้ผู้ซื้อได้รับรู้"

นอกเหนือจากชิ้นงานเครื่องประดับแล้ว คุณธีร์รัฐยังมองภาพธุรกิจแบบองค์รวม พร้อมจะต่อยอดแนวคิดของตัวเอง เพื่อหาโอกาสสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคตด้วย

"ผมกำลังเก็บพลอย จะสร้างพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เกี่ยวกับพลอยเมียนมา โดยจะสร้างทั้งที่เมืองไทยและเมียนมา คนที่ไปพิพิธภัณฑ์จะได้เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการทำพลอย เช่น ทำเหมืองยังไง มีกี่แบบ ระเบิดยังไง ผมจะเขียนตำราการดูพลอย สอนคนให้ดูพลอยเป็น ซึ่งหากคนที่มาดูเรื่องเหล่านี้สนใจจริงๆ และมั่นใจในตัวผม เราก็อาจทำธุรกิจร่วมกันได้"

จากความรักการเดินทางและความชื่นชอบพลอย ผู้ชายคนนี้ได้สร้างโอกาสให้แก่ตัวเอง จาก "นักค้าพลอย" กลายเป็น "เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ" และเขาได้ตั้งเป้าหมายต่อไปว่าต้องการเป็น "Jewelry Teller" ผู้บอกเล่าสารพันเรื่องราวของพลอย กระบวนการทำพลอย ชีวิตคนทำพลอย ให้ผู้คนได้รับรู้ เพื่อให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของ "พลอย" มากกว่าเดิม