รศ.ดร. วิสุทธิ์ พิสุทธอานนท์ ที่ปรึกษาด้านการวิจัยและตรวจสอบอัญมณี


เปิดโลกงานวิจัยกับการตรวจสอบอัญมณีของ GIT

ภารกิจสำคัญของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ตั้งแต่เริ่มต้นคือ การตรวจสอบและรับรองคุณภาพอัญมณีและเครื่องประดับ โดยหนึ่งในกำลังหลักของภารกิจนี้ คือ รศ.ดร. วิสุทธิ์ พิสุทธอานนท์ ที่ปรึกษาด้านการวิจัยและตรวจสอบอัญมณี ที่จะมาเล่าถึงภาระหน้าที่ และฉายภาพพัฒนาการของ GIT ตั้งแต่แรกเริ่มให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้น

ทีมงานรุ่นบุกเบิกกับก้าวที่มั่นคงของสถาบันฯ

รศ.ดร.วิสุทธิ์ เล่าว่า มีโอกาสเข้าร่วมงานกับ GIT ในฐานะที่ปรึกษาทางวิชาการ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันฯ เมื่อปี 2541 ที่ตึกอัญมณี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการชักชวนของศาสตราจารย์ศักดา ศิริพันธุ์ ซึ่งเป็นคณบดีในขณะนั้น และเป็นผู้อำนวยการคนแรกของสถาบันฯ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนตั้งแต่ปี 2546 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์จนถึงปัจจุบัน โดยมีวิสัยทัศน์ให้เป็นสถาบันหลักที่ช่วยพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ

ในระยะแรกของการก่อตั้งสถาบันฯ ซึ่งเป็นระยะตั้งไข่ สถาบันฯ มีเป้าหมายหลักคือ การสร้างความพร้อม ทั้งด้านอาคารสถานที่ เครื่องไม้เครื่องมือ และบุคลากรของสถาบันฯ ให้เป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับในวงการค้าอัญมณีทั้งในและต่างประเทศ เช่น ก่อตั้งห้องปฎิบัติการตรวจสอบและวิจัยอัญมณีที่ประกอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ห้องฝึกอบรมที่สามารถให้บริการแก่บุคคลที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ในหลักสูตรต่างๆ จัดตั้งพิพิธภัณฑ์อัญมณี พร้อมจัดหาตัวอย่างและการจัดแสดง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง และสร้างห้องปฎิบัติการตรวจสอบโลหะมีค่าและศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อบริการแก่อุตสาหกรรมในระยะเวลาต่อมา เป็นต้น รวมทั้งเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีและงานสัมมนาทางวิชาการระดับนานาชาติทั่วโลกที่มีชื่อเสียง

"หลังจากผ่านไปหนึ่งทศวรรษ สถาบันฯ ก็สามารถพัฒนาตนเองขึ้นมาจนเป็นที่รู้จักในวงการค้าอัญมณีทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ในช่วงปลายทศวรรษแรกจนถึงปลายทศวรรษที่ 2 สถาบันฯ ได้เติบโตขึ้นเป็นวัยหนุ่มสาว มีการเพิ่มและพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสถาบันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น จึงได้ย้ายสถาบันฯ ไปอาคาร ITF ถนนสีลม ได้สร้างห้องปฏิบัติการตรวจสอบและวิจัยอัญมณีและโลหะมีค่าขึ้นใหม่ สร้างพิพิธภัณฑ์อัญมณีใหม่ จัดหาตัวอย่างและปรับปรุงการจัดแสดงให้สมบูรณ์แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จัดหน่วยฝึกอบรมให้มีหลักสูตรหลากหลายตั้งแต่อัญมณีศาสตร์ โลหะมีค่า การออกแบบเครื่องประดับ การตลาด เป็นต้น โดยมีหลักสูตรทั้งภาคภาษาไทยและอังกฤษ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับสูง รวมทั้งการอบรมแบบเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า มีการจัดประชุมวิชาการนานาชาติทุกๆ 2 ปี ตั้งแต่ปี 2549 จำนวน 5 ครั้ง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางวิชาการให้กับสถาบันฯ และอุตสาหกรรมอัญมณีโดยรวมของประเทศ และในโอกาสครบรอบ 20 ปีในปี 2561 นี้ จะเป็นการประชุมครั้งที่ 6 จะเห็นได้ว่าสถาบันฯมีความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง" รศ.ดร.วิสุทธิ์ อธิบาย


สองทศวรรษของห้องปฏิบัติการ

"ในระยะแรกของการก่อตั้งสถาบันฯ ภายใต้การบริหารงานของ ศ. ศักดา ศิริพันธุ์ สองสมัย (7 ปี) พวกเราในฐานะทีมที่ปรึกษาทางวิชาการรุ่นบุกเบิกที่ประกอบด้วย คุณวิลาวัณย์ อติชาติ ดร.พรสวาท วัฒนกูล คุณรัก หรรษาเวก และผมได้ช่วยกันผลักดันให้การก่อตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีของสถาบันเกิดขึ้นมาได้ โดยช่วยกันจัดหาเครื่องมือพื้นฐานและเครื่องมือขั้นสูงมาใช้ในห้องปฏิบัติการและการฝึกอบรม ช่วยกันสร้างนักอัญมณีของสถาบันรุ่นแรกๆ และร่วมกันตรวจสอบอัญมณี รวมทั้งเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานในการประชุมทางวิชาการและงานแสดงสินค้าด้านอัญมณีทั่วโลก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันให้เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการและการค้าอัญมณีทั้งในและต่างประเทศ" รศ.ดร.วิสุทธิ์ เล่าถึงงานในช่วงแรกๆ

หลังจากผ่านไปหนึ่งทศวรรษ ห้องปฏิบัติการตรวจสอบและวิจัยอัญมณีของ GIT ก็สามารถผงาดขึ้นมาเป็นที่ยอมรับในระดับแถวหน้าของวงการอัญมณีทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เช่น เป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์อัญมณีโลก (CIBJO) ว่ามีมาตรฐานสูง เป็นหนึ่งในสมาชิกของ LMHC (Laboratory Harmonization Committee) ที่ประกอบด้วยสมาชิกจากห้องปฏิบัติการระดับแนวหน้าของโลก 7 แห่งที่มาร่วมตกลงกำหนดการใช้ภาษาที่เหมือนกันในรายงานผลการตรวจสอบอัญมณีของสมาชิก และเป็นที่ยอมรับในวงการค้าอัญมณีระดับนานาชาติ

"ในช่วงปลายทศวรรษแรกจนถึงปลายทศวรรษที่ 2 ในปี 2009 หรือปี พ.ศ. 2554 สถาบันฯ ได้ย้ายมาอยู่ที่อาคาร ITF และได้ปรับปรุงเครื่องมือให้ทันสมัยยิ่งขึ้น สร้างนักอัญมณีรุ่นใหม่มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและวิจัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งผลิตผลงานวิจัยเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสถาบันฯ ในวารสารอัญมณีที่สำคัญระดับนานาชาติ และนำเสนอในการประชุมวิชาการอัญมณีระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง นับได้ว่าห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีของสถาบันได้เติบโตขึ้นมาในระดับแนวหน้าของประเทศและของโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง" รศ.ดร.วิสุทธิ์ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“งานวิจัย” ฟันเฟืองสำคัญของการตรวจสอบอัญมณี

รศ.ดร.วิสุทธิ์ ในฐานะนักวิจัย ผู้คร่ำหวอดในวงการอัญมณีและเครื่องประดับมานานหลายทศวรรษ กล่าวว่า "เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า งานวิจัยมีส่วนสำคัญและเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมการตรวจสอบอัญมณีในห้องปฏิบัติการฯ และการพัฒนาวงการอัญมณีไปพร้อมๆกัน ทั้งนี้เพราะวงการค้าอัญมณีเป็นพลวัต มีอัญมณีจากแหล่งใหม่ๆ มีอัญมณีชนิดใหม่ๆออกสู่ตลาดพลอยอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงคุณภาพอัญมณีด้วยวิธีการใหม่ๆ มีการสังเคราะห์อัญมณีด้วยเทคนิคใหม่ๆ มีอัญมณีเลียนแบบประเภทใหม่เข้าสู่ตลาดพลอยตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องทำการวิจัยค้นหาลักษณะเฉพาะของอัญมณีนั้นๆ รวมถึงอาจต้องพัฒนาสร้างเครื่องมือหรือคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ เพื่อมาใช้แยกแยะตรวจสอบอัญมณีนั้นๆ ให้ได้"

งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของอัญมณีธรรมชาติแหล่งใหม่ๆ จะเป็นข้อมูลที่สำคัญที่จะระบุแหล่งที่มาทางภูมิศาสตร์ของอัญมณีนั้นๆ ลักษณะเฉพาะของการปรับปรุงคุณภาพอัญมณีด้วยวิธีการใหม่ๆ ของอัญมณีสังเคราะห์ หรือของอัญมณีเลียนแบบชนิดใหม่ เป็นข้อมูลที่สำคัญที่จะระบุใช้แยกแยะอัญมณีดังกล่าว รวมถึงความจำเป็นที่อาจต้องมีการระวังดูแลอย่างพิเศษหรือไม่อย่างไร เมื่อนำอัญมณีไปทำเครื่องประดับ รวมทั้งการนำมาสวมใส่อย่างปรกติ

ขณะที่งานวิจัยที่เกี่ยวกับมาตรฐานสีของพลอย ได้แก่ มาตรฐานพลอยทับทิมสีเลือดนก มาตรฐานพลอยไพลินสีรอยัลบลู สีคอนฟลาวเวอร์บลู และมาตรฐานพลอยพัดพารัดชา จะช่วยในการจัดระดับสีของพลอยดังกล่าวในใบรับรองคุณภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

"สาเหตุที่ต้องมีการแยกแยะชนิดอัญมณีต่างๆ เนื่องจากตลาดให้คุณค่าและราคาของอัญมณีธรรมชาติชนิดต่างๆ ทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพจากแหล่งต่างๆ รวมทั้งอัญมณีสังเคราะห์ และอัญมณีเลียนแบบ อีกทั้งค่านิยมหรือรสนิยมในเรื่องสีของพลอยที่แตกต่างกันนั่นเอง" รศ.ดร.วิสุทธิ์ อธิบาย

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

รศ.ดร.วิสุทธิ์ เล่าต่อว่า ในช่วงปี 2544 พบว่ามีพลอยเผา สีส้ม เหลือง และชมพูอมส้มที่คล้ายพลอยพัดพารัดชา จากประเทศไทยเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อตรวจสอบในห้องปฏิบัติการก็มีลักษณะบางอย่างที่น่าสนใจ

"สมัยนั้น เมื่อเราใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการตรวจสอบก็พบว่าคล้ายพลอยพลอยเผาปกติทั่วๆไป แต่พลอยบางเม็ดมีขอบสีเหลือง บางเม็ดมีขอบสีส้ม คล้ายพลอยเผาแบบแพร่สีในอดีต ขอบสีเหลืองหรือสีส้มดังกล่าวไม่เคยมีการพบมาก่อน และขอบสีดังกล่าวมีความหนามากกว่าพลอยเผาแพร่สีน้ำเงินหรือสีแดงในอดีตมาก จึงเป็นสาเหตุให้ห้องปฏิบัติการบางแห่งเกิดความสงสัยและออกประกาศเตือนผู้ค้าและผู้บริโภคถึงที่มาที่ไปของพลอยเผาดังกล่าว ทำให้วงการค้าพลอยดังกล่าวหยุดชะงักงันไปทั่วโลก จึงจำเป็นให้ต้องมีทำการวิจัยพลอยดังกล่าวในเชิงลึกอย่างเร่งด่วน"

ดังนั้น GIT ซึ่งได้ติดต่อโดยตรงกับผู้ประกอบการไทยที่ผลิตและค้าพลอยดังกล่าว จึงกลายเป็นแนวหน้าสำคัญในการทำการวิจัยเชิงลึกแก้ปัญหาพลอยเผาเบริลเลียม ด้วยการพัฒนาใช้เครื่องมือชนิดใหม่ คือเครื่อง LA-ICP-MS สำหรับวิเคราะห์ธาตุร่องรอยในพลอยดังกล่าว พบว่าธาตุเบริลเลียม (ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยเครื่องมือที่มีประจำอยู่ในห้องปฏิบัติการชั้นแนวหน้าทั่วโลกในขณะนั้น) มีการแพร่จากภายนอกเข้าสู่เม็ดพลอย และได้ทำความเข้าใจถึงบทบาทของธาตุเบริลเลียมว่าได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับธาตุที่มีอยู่แล้วใน เช่น เหล็ก แมกนีเซียม ไทเทเนียม หรือโครเมียม ทำให้เกิดสีเหลือง หรือสีส้มได้ ทำให้ปัญหาการค้าพลอยดังกล่าวได้คลี่คลายลงในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ รศ.ดร.วิสุทธิ์ ยังได้ทำงานด้านการสอนและทำวิจัยเรื่องการปรับปรุงคุณภาพพลอยมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันฯ จนถึงปัจจุบัน และในวาระครบรอบ 20 ปี จึงได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดการทำงานวิจัยด้านอัญมณีมาถ่ายทอดเป็นหนังสือ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้สนใจเรื่องทับทิมและแซปไฟร์โดยเฉพาะ

"ด้วยแรงผลักดันจากดร. พรสวาท วัฒนกูล อดีตผู้อำนวยการ ผมจึงได้รวบรวมความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ มาเรียบเรียงเขียนเป็นหนังสือเรื่อง "การปรับปรุงคุณภาพและการตรวจสอบพลอยทับทิมและแซปไฟร์ (Ruby and Sapphire Treatments and Identification: Decades of Advancement)" ซึ่งเป็นพลอยที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในวาระสำคัญของสถาบันฯ ในปีนี้" รศ.ดร.วิสุทธิ์ กล่าวถึงอีกหนึ่งผลงานอีกชิ้นที่จะฝากไว้ในวงการอัญมณีและเครื่องประดับ

สนใจซื้อหนังสือ Ruby and Sapphire Treatments and Identification: Decades of Advancement และหนังสือเกี่ยวกับแวดวงอัญมณีและเครื่องประดับได้ที่ www.git.or.th/bookstore