GIT News




สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เร่งเดินหน้า โครงการพัฒนาเครื่องประดับชนเผ่า เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแห่งดินแดนอีสานใต้ (อีสานเดิ้น) ลงพื้นที่ 5 จังหวัดอีสานใต้ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา และอุบลราชธานี จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับ โดยมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมกว่าอบรม 329 ราย ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ล้นหลาม

นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ หรือ GIT เปิดเผยว่า อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย ในช่วงวิกฤต Covid 19 ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่ผู้ประกอบการจะได้พัฒนาตัวเองทั้งด้านเทคนิค และการตลาด โดยเฉพาะผู้ประกอบการในภูมิภาคที่มีสินค้าซึ่งมีความโดดเด่นทั้งเอกลักษณ์และงานฝีมือ และในปี 2563 นี้ สถาบันได้ตั้งเป้าลงพื้นที่เป้าหมายในกลุ่มดินแดนอีสานใต้ อันได้แก่ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีความแตกต่างกันทั้งด้านภาษา ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงการใช้เครื่องประดับอันเป็นเอกลัษณ์เฉพาะตัว

โดยหลังจากรัฐบาลได้ยกเลิกมาตรการ Lock down สถาบันได้เร่งลงพื้นที่ในจังหวัดข้างต้น และได้มีการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานในการจัดสัมมนา และนำรูปแบบการจัดประชุมโดยใช้ Video Conference มาอำนวยความสะดวก และสร้าง Social Distancing และเผยแพร่ผ่าน Facebook LIVE ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการที่สนใจแม้จะไม่ได้อยู่ในจังหวัดเป้าหมาย สามารถเข้ามาฟัง เพื่ออัพเดทเรื่องราวที่น่าสนใจในการออกแบบ ซึ่งโครงการ "อีสานเดิ้น" นี้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้ประกอบการด้านอัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 200 ราย และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาผู้ประกอบการในภูมิภาคมีความตื่นตัว สนใจที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมโครงการมากถึง 329 ราย ทะลุเป้าที่ตั้งไว้กว่า 129 ราย โดยขณะนี้สถาบันอยู่ในระหว่างการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเข้าร่วมอบรมเชิงลึก จากทั้ง 5 จังหวัด จำนวน 20 ราย มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และนักออกแบบแถวหน้าของประเทศ เพื่อพัฒนา และออกแบบเครื่องประดับต้นแบบที่มาจากแนวคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ของ "อีสานใต้" อย่างแท้จริง

นอกจากการเรียนการสอนในระบบปกติ และการอบรมผ่านระบบออนไลน์แล้ว สถาบันยังได้พัฒนาแอพลิเคชั่นที่ปรึกษา โดยใช้ชื่อว่า "CARAT" (กะรัต) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจในภูมิภาคได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอัญมณีและเครื่องประดับ โดยสถาบันได้จัด กูรู ที่มีความรู้ทั้งด้านอัญมณี โลหะมีค่า และการออกแบบ พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร แพลตฟอร์มให้คำปรึกษาด้านอัญมณีและเครื่องประดับโดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่ง แอพลิเคชั่นดังกล่าว เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว ผ่านระบบ IOS และ Android