สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นองค์กรของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชนตาม
พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 จัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ
(องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงพาณิชย์
   
   
  ความเป็นมา
   
  เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2541 ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายสมพล เกียรติไพบูลย์) ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (นายปรีชา อรรถวิภัชน์)
อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี (นายนภดล มัณฑจิตร) อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (นายมนู เลียวไพโรจน์) รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก
(นางจันทรา บูรณฤกษ์) ผู้แทนจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (นายคมสัน โอภาสสถาวร นายพรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล
นายพิเชษฐ์ พะลานุกูล) และศาสตราจารย์ศักดา ศิริพันธุ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ประชุมหารือในการจัดตั้ง
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ โดยได้ข้อสรุปว่าทั้ง 2 กระทรวงเห็นชอบให้จัดตั้งสถาบันดังกล่าวโดยได้รับ
ความร่วมมือจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในด้านสถานที่และบุคลากร และที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็น
แกนนำในการนำเสนอโครงการจัดตั้งสถาบัน ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและ เครื่องประดับแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2541 โดยให้มีสถานะเป็นองค์กรอิสระ การบริหารงาน
ไม่ผูกพันกับกฎระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของราชการและรัฐวิสาหกิจ และเมื่อมีพระราชบัญญัติองค์การมหาชนประกาศใช้ จึงให้ดำเนินการตาม
พระราชบัญญัติต่อไป

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2541 ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายสมพล เกียรติไพบูลย์) ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถาบัน อธิการบดี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์ ดร.เทียนฉาย กีระนันท์) อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก (นายสนิท วรปัญญา) คณบดีคณะวิทยาศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์ศักดา ศิริพันธุ์) นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ (นายคมสัน โอภาสสถาวร)
และอุปนายกสมาคมฯ (นายพิเชษฐ์ พะลานุกูล) ได้ลงนามในบันทึกช่วยจำของโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ
ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยตกลงที่จะร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการและเพื่อพัฒนา
และส่งเสริมการส่งออกแก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยคณะวิทยาศาสตร์ตกลงให้ใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งในอาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี อุปกรณ์และอนุญาตให้อาจารย์ให้ความร่วมมือในด้านการวิจัยและตรวจสอบอัญมณี เป็นเวลา 10 ปี (9 กันยายน 2541 – 9 กันยายน 2551) ต่อมา
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันซึ่งประกอบด้วยภาครัฐและเอกชน จำนวน 28 ท่าน โดยมีนายสมพล เกียรติไพบูลย์
เป็นประธาน ได้มีมติแต่งตั้งศาสตราจารย์ศักดา ศิริพันธุ์ เป็นผู้อำนวยการสถาบัน

จากนั้นเมื่อพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ.2542 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 สถาบันจึงได้ดำเนินการ
ยกร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ตามแนวทางและขั้นตอนในการดำเนินการ
จัดตั้งเป็นองค์การมหาชนตามที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ สำนักงาน ก.พ. กำหนด และเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2546
คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาฯ จนในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2546 จึงได้มีการประกาศ "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ.2546" ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 120 ตอนที่ 130ก
สถาบันมีชื่อโดยย่อว่า สวอ. และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Gem and Jewelry Institute of Thailand (Public Organization) (GIT)
มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการค้าทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) บริหารงานโดยมีคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบัน (มาตรา 15) มีจำนวน 11 ท่าน ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้
ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงทางด้านอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวน 4 ท่าน ได้แก่
ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ และ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 5 ท่าน ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และมีีผู้อำนวยการสถาบันทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2548 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2548 มีมติ
แต่งตั้งนางวิลาวัณย์ อติชาติ เป็นผู้อำนวยการสถาบัน ตามที่คณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการได้นำเสนอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2548 เป็นต้นไป
   
   
  วิสัยทัศน์
   
  "เป็นสถาบันหลักในการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก"
   
   
  พันธกิจ
   
  1. วิเคราะห์ ตรวจสอบ จัดระดับชั้น สร้างมาตรฐาน และรับรองคุณภาพสินค้าอัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใน
    คุณภาพของสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ
2. วิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับอย่างครบวงจร และสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม
3. พัฒนาคุณภาพบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
4. จัดทำฐานข้อมูลด้านการตลาดอัญมณีและเครื่องประดับเชิงลึก เพื่อเผยแพร่แก่ภาคอุตสาหกรรม
   
   
  วัตถุประสงค์
  1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับให้มีขีดความสามารถสูงในตลาดโลก
2. เพื่อเป็นสถาบันหลักของชาติในการวิจัย ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพอัญมณี และ เครื่องประดับ รวมทั้งโลหะมีค่า
3. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในด้านอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและ
    เครื่องประดับ
4. เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อให้บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์ธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและ
    เครื่องประดับให้สามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ทุกสภาวการณ์ในตลาดโลก
   
   
  อำนาจหน้าที่ (ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันฯ หมวด 1 มาตรา 8)
   
  1. เสนอนโยบายและแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
2. วิจัย ตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพอัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่า
3. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป ให้เกิดความชำนาญและทักษะเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
4. รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลและสถิติ เพื่อสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
5. ติดต่อประสานงาน ทำความตกลงและความร่วมมือกับหน่วยงาน หรือองค์การต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์
    ของสถาบัน
   
   
  กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
   
  • พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542

• พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546

• ระเบียบสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2548

• ข้อบังคับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยการเงิน การบัญชี และงบประมาณ พ.ศ. 2549

• ระเบียบสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการจ้างที่ปรึกษาและ
    การจ้างให้ทำงานอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน พ.ศ. 2549

• ระเบียบสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. 2549

• ระเบียบสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับ
    อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ พ.ศ. 2550

• ข้อบังคับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(องค์การมหาชน) ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. 2551
   
   
  แผนยุทธศาสตร์และรูปแบบธุรกิจ (Strategy and Business Model )
   
  สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดำเนินการวางแผนใน เชิงรุก (Proactive Approach) โดยกำหนด
ให้ผู้ประกอบการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาแผนฯได้ศึกษาข้อมูลและ รับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์เชิงลึก
และการประชุมกลุ่มย่อย โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของอุตสาหกรรม ค้นหาปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถ
ในการแข่งขัน วิเคราะห์บทบาทของสถาบันต่อการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมโดยคำนึงถึงขอบเขตการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ และนำเสนอ
แผนยุทธศาสตร์และรูปแบบธุรกิจของสถาบัน

วัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาแผนฯ เพื่อส่งเสริมบทบาทสถาบันในการเป็นหน่วยผลักดันการประสานงานร่วมและการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง
(Synergize & Enhance) ในศักยภาพอุตสาหกรรมเพื่อการแข่งขันในระดับสากล ทั้งนี้เพื่อบรรลุประโยชน์การนำไปปฏิบัติได้จริง การพัฒนา
แผนฯ ยังได้ใช้หลักการประสานงานร่วม (Synergize) กับแผนงานในปัจจุบันของสถาบันที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นรากฐานที่มั่นคง
ในการต่อยอดเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง (Enhance) โดยกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุก 5 ด้าน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการในช่วง 5 ปี
(2554 – 2558) ดังนี้

1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบรนด์สถาบัน (Corporate Branding) เป็นการปรับภาพลักษณ์สถาบันไปสู่การเป็นหน่วยผลักดัน
การประสานงานร่วมและส่งเสริมความแข็งแกร่งในศักยภาพอุตสาหกรรม จะทำให้องค์กรมีบทบาทโดดเด่นในฐานะองค์กรหลักของอุตสาหกรรม
โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ได้แก่

   • การสร้างความเข้าใจในแบรนด์ (Brand Understanding) ให้ทราบถึงบทบาทและการบริการต่างๆที่มีคุณภาพของสถาบัน โดยการสำรวจ
      ความพึงพอใจในด้านการบริการของสถาบันเพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น

   • การสร้างความน่าเชื่อถือ(Brand Trust) เป็นการสร้างการยอมรับในบริการของสถาบันว่ามีคุณภาพ และน่าเชื่อถือระดับโลก เช่น การร่วมงาน
      ประชุมวิชาการ และการจัดประกวดการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับเป็นประจำทุกปี

   • การสร้างความสัมพันธ์กับแบรนด์ (Brand Relationship)โดยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใช้บริการทั่วไปและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับ
      ภาคอุตสาหกรรม โดยการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนและสาธารณชน และการเยี่ยมเยียนภาคธุรกิจอัญมณีโดยผู้บริหาร

2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรสู่อุตสาหกรรมฯ เพื่อขับเคลื่อนสถาบันจากการเป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านการศึกษาฝึกอบรมให้ก้าวสู่
การเป็นหน่วยงานสนับสนุนการบ่มเพาะบุคลากรโดยการประสานงานร่วม (Synergize) กับพันธมิตร อาทิ ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา และ
สร้างความแข็งแกร่ง (Enhance) ให้กับอุตสาหกรรมฯระยะยาว โครงการที่ดำเนินการ ได้แก่

   • โครงการบ่มเพาะสุดยอดผู้ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ (Super Jeweler Incubation Center Project)
       เข้ากับงานการจัดฝึกอบรมของสถาบันที่เป็นที่ยอมรับในคุณภาพอย่างกว้างขวาง เป็นการพัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบและการผลิตอัญมณี
       รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย

   • โครงการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า การสร้างตราสินค้า และการเพิ่มช่องทาง
       การส่งออก เป็นการพัฒนากลุ่มธุรกิจ SME ประมาณ 80 % ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย สนับสนุนและผลักดันมูลค่า
       การส่งออกให้เติบโตตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด ร้อยละ 20

   • โครงการต่อยอดนักออกแบบไทย ผู้ผลิตไทยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แปลกใหม่สู่ตลาดโลก (ส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่ไทย สร้างสรรค์ผลงาน
       ร่วมกับผู้ประกอบการส่งเสริมตราสินค้า) ทำให้เพิ่มจำนวนนักออกแบบในภาคอุตสาหกรรมที่มีความสามารถสร้างสรรค์ และพัฒนาแบรนด์ไทย
       ไปสู่สากล

3. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมมาตรฐานและการรับรองสินค้า เป็นการให้ความรู้และสนับสนุนการตรวจสอบรับรองทำให้เกิดฐานลูกค้าใน
ระดับผู้บริโภคมากขึ้นและนำไปสู่การผลักดันอุตสาหกรรมให้มีการตรวจสอบรับรองอย่างกว้างขวางเป็นประโยชน์ยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรม
โดยรวมและเป็นการสื่อสารถึงบทบาทของสถาบัน ในฐานะองค์กรหลักสร้างมาตรฐานคุณภาพให้กับอุตสาหกรรม โครงการที่ดำเนินการ ได้แก่

   • โครงการ Let's Certify by GIT เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้บริโภค ผู้ค้า ผู้ผลิต เกี่ยวกับความสำคัญของมาตรฐานคุณภาพ
       อันจะนำไปสู่การผลักดันความต้องการให้มีการตรวจสอบและรับรองสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะจากสถาบันที่มีมาตรฐานการทำงานตรวจสอบและ
       ออกใบรับรองในระดับโลก เป็นการขยายฐานลูกค้าและลูกค้าใช้ใบรับรองของสถาบันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

   • โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเทคนิคด้านการตรวจสอบปรับปรุงคุณภาพอัญมณีด้วยเทคนิคขั้นสูง ทำให้ยกระดับมาตรฐานนักอัญมณี
       และห้องปฏิบัติการตรวจสอบของสถาบัน

   • โครงการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่าเพื่อขอรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2008 การทำให้ห้องปฏิบัติการ
       ของสถาบันได้รับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งมาตรฐาน นอกจากมาตรฐานของ CIBJO จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้ประกอบการ
       ที่จะส่งตัวอย่างมาให้ตรวจสอบมากขึ้น

   • โครงการพัฒนามาตรฐานบุคลากรด้านการตรวจสอบอัญมณีและโลหะมีค่า สถาบันมุ่งส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของนักวิชาการอัญมณี
       และนักวิชาการโลหะมีค่าอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับกับมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ

4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบข้อมูล มุ่งสู่กระบวนการสื่อสารที่สอดคล้องกับสังคมสมัยใหม่ผลักดันการประสานงานร่วม (Synergize)
กับเครือข่ายพันธมิตรข้อมูล และผู้ใช้ข้อมูล ให้มีส่วนในการแลกเปลี่ยนข้อคิดในชุมชนผู้ใช้ข้อมูลที่สถาบันจะได้ส่งเสริมให้เกิดขึ้น และ
สร้างความแข็งแกร่ง (Enhance) ให้กับกลุ่มเครือข่ายที่สามารถต่อยอดความสัมพันธ์จากการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนไปสู่การผนึกกำลังทางธุรกิจ

โครงการที่ดำเนินการ ได้แก่

   • โครงการ GIT 2.0 เป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์ฐานข้อมูลของสถาบันที่ได้ดำเนินการรวบรวมและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นที่รู้จัก
       และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ พร้อมการสร้างชุมชนเครือข่ายพันธมิตรให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน

   • โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดทำและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอัญมณีและเครื่องประดับ

   • โครงการพัฒนา website ที่มีการสื่อสาร 2 ทาง (Interactive Web) เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นระหว่างสถาบัน
       กับผู้ใช้ข้อมูล และระหว่างผู้ใช้ข้อมูลด้วยกัน

   • โครงการจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการ (Jeweler Profile) ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและวางแผนทางธุรกิจ

   • โครงการการพัฒนาสิ่งพิมพ์ (Publication) เช่น Essential Book,GIT Journal

5. ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา มุ่งเน้นการประสานงานร่วม (Synergize) กับภาคอุตสาหกรรมค้นหาสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรม
ต้องการให้มีการวิจัยพัฒนาเพิ่มเติม รวมถึงการสร้างเครือข่าย แบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูลประกอบการวิจัย และการกระจายผลงานวิจัยให้เป็นที่รับรู้
สามารถนำไปต่อยอดสร้างความแข็งแกร่ง (Enhance) ให้สามารถแข่งขันในระดับสากล โดยการจัดตั้งหน่วยประสานการวิจัยและพัฒนา
(Research and Development Unit: RDU) เพื่อทำหน้าที่ศึกษาความต้องการของอุตสาหกรรม นำมากำหนดแผนแม่บทโครงการวิจัย
ดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณ ประสานงานกับคณะผู้วิจัย สรุปผลและเผยแพร่ผลงานวิจัยให้เป็นประโยชน์แก่การนำไปใช้พัฒนาอุตสาหกรรม
   
   
  แผนงานโครงการที่สำคัญประจำปีงบประมาณ 2554
   
  • งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 จำแนกตามผลผลิต-โครงการ / กิจกรรมหลัก / งบรายจ่าย / รายจ่ายประจำขั้นต่ำ
   (ไฟล์ PDF ขนาด 92 KB)